กลยุทธ์คอนเทนต์7 ส.ค. 2569อ่าน 8 นาทีณภัทร

ถ่ายคอนเทนต์กี่ครั้งต่อเดือนถึงพอ คำนวณยังไงไม่ให้ถ่ายเปล่า

คำถามที่ทีมงานได้ยินบ่อยที่สุด ตอบแบบเป็นสูตรคำนวณจากจำนวนคลิปที่ต้องลงต่อสัปดาห์ ไม่ใช่จากงบที่มี พร้อมเทียบแพ็กเกจจริง

ภาพประกอบบทความ ถ่ายคอนเทนต์กี่ครั้งต่อเดือนถึงพอ คำนวณยังไงไม่ให้ถ่ายเปล่า

คำถามที่ทีมได้ยินบ่อยที่สุด

ทุกครั้งที่คุยงานใหม่ คำถามแรก ๆ ที่ลูกค้าถามแทบทุกเจ้าคือ "ถ่ายคอนเทนต์กี่ครั้งต่อเดือนถึงพอ" แล้วตามด้วยงบที่มีในใจ เช่น "งบเท่านี้ ถ่ายได้กี่รอบ" ซึ่งเป็นการตั้งคำถามผิดตั้งแต่ต้น เพราะจำนวนครั้งที่ต้องถ่ายไม่ได้ขึ้นกับงบ แต่ขึ้นกับว่าคุณต้อง ลงคลิปกี่ตัวต่อสัปดาห์ ต่างหาก

ถ้าตั้งต้นจากงบ คุณจะได้คำตอบที่ผิด เช่น มีงบถ่ายได้แค่เดือนละครั้ง แต่ต้องลง TikTok วันละคลิป นั่นคือความถี่ถ่ายกับความถี่โพสต์ไม่สัมพันธ์กันเลย ผลคือคลิปหมดสต็อกกลางเดือน ต้องรีบถ่ายเพิ่มแบบไม่มีแผน หรือแย่กว่านั้นคือหยุดโพสต์ไปดื้อ ๆ ซึ่งอัลกอริทึมไม่ให้อภัยเรื่องความสม่ำเสมอ

สูตรคำนวณที่ใช้จริง

สูตรที่ทีมใช้คำนวณให้ลูกค้าทุกเจ้าคือ

  1. ถามก่อนว่า "ต้องการลงกี่คลิปต่อสัปดาห์" (เช่น 3 คลิป, 5 คลิป, 7 คลิปต่อสัปดาห์)
  2. คูณด้วยจำนวนสัปดาห์ต่อเดือน (ใช้ 4.3 สัปดาห์เป็นค่ากลาง)
  3. บวกคลิปสำรองไว้ 10-15% สำหรับกรณีคลิปไหนถ่ายมาแล้วผลไม่ดีจนต้องตัดทิ้ง หรือคอนเซปต์ไหนต้องปรับหลังดูผลตอบรับ

ตัวอย่าง: ถ้าลูกค้าต้องการลง TikTok 5 คลิปต่อสัปดาห์ → 5 x 4.3 = 21.5 คลิปต่อเดือน → บวกสำรอง 15% ≈ 25 คลิป นี่คือจำนวนที่ต้อง "มีของ" ในมือ ไม่ใช่จำนวนที่ต้อง "ถ่าย" เพราะบางแพ็กเกจถ่าย 1 วันได้คลิปมากกว่านี้อยู่แล้ว

คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ "งบเท่านี้ถ่ายได้กี่รอบ" แต่คือ "ต้องลงกี่คลิปต่อสัปดาห์ แล้วต้องถ่ายกี่ครั้งถึงจะพอ"

เทียบกับแพ็กเกจถ่ายจริงที่ใช้กันอยู่

พอรู้จำนวนคลิปที่ต้องมีต่อเดือนแล้ว ขั้นต่อไปคือเลือกรูปแบบถ่ายให้พอดีกับจำนวนนั้น ทีมมีแพ็กเกจหลักที่ใช้แก้โจทย์นี้อยู่ 3 แบบ

  • Pocket ถ่ายได้ 10 คลิปต่อครั้ง เหมาะกับเพจที่โพสต์ 2-3 คลิปต่อสัปดาห์ ถ่ายรอบเดียวพอใช้ได้เกือบเดือน
  • Full Frame ถ่ายได้ 30 คลิปต่อเดือน เหมาะกับความถี่โพสต์ 5-7 คลิปต่อสัปดาห์ เป็นระดับที่พอดีกับการโพสต์ทุกวัน
  • Dual Cam ถ่ายได้ 40 คลิปต่อเดือน เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการทดลองหลายฟอร์แมตพร้อมกัน เช่น มีทั้งคอนเทนต์ตัวเองพูดกล้องและคอนเทนต์ B-roll ประกอบ

วิธีจับคู่ง่าย ๆ คือเอาจำนวนคลิปที่คำนวณได้จากสูตรด้านบนไปเทียบกับตัวเลขพวกนี้ตรง ๆ ถ้าต้องการ 25 คลิปต่อเดือน แพ็ก Full Frame ที่ถ่ายได้ 30 คลิปก็เผื่อพอดี ไม่ต้องจ่ายเกินความจำเป็นสำหรับแพ็กที่ถ่ายได้เยอะกว่าที่ใช้จริง ดูรายละเอียดแต่ละแพ็กเพิ่มเติมได้ที่ แพ็กเกจ

ถ่ายถี่เกินไปไม่ใช่คำตอบที่ดีเสมอไป

หลายคนคิดว่ายิ่งถ่ายถี่ยิ่งดี เผื่อคอนเทนต์เหลือเก็บไว้ยาว ๆ แต่ในทางปฏิบัติ ถ่ายถี่เกินความจำเป็นสร้างปัญหาใหม่คือ คอนเทนต์ซ้ำหน้าซ้ำเสื้อ เพราะถ่ายวันเดียวกันหลายรอบ ใส่เสื้อตัวเดิม ฉากเดิม แสงเดิม พอลงคลิปห่างกันไม่กี่วัน คนดูที่ตามช่องอยู่จะรู้สึกทันทีว่า "อันนี้ถ่ายวันเดียวกันแน่ ๆ" ความน่าเชื่อถือของ Personal Branding ก็ลดลงตามไปด้วย

ปัญหานี้พบบ่อยกับแพ็กที่ถ่ายจำนวนคลิปเยอะในรอบเดียว เช่น Dual Cam 40 คลิปต่อเดือน ถ้าอัดแน่นถ่ายวันเดียวจบทั้งเดือน โอกาสซ้ำเสื้อซ้ำฉากสูงมาก วิธีแก้ที่ทีมทำจริงคือ

  • แบ่งวันถ่ายเป็น 2-3 รอบต่อเดือน แทนที่จะอัดวันเดียวจบ
  • เตรียมเสื้อผ้าอย่างน้อย 2-3 ชุดต่อรอบถ่าย สลับให้เห็นความต่าง
  • เปลี่ยนมุมกล้องหรือโลเคชั่นในแต่ละรอบ แม้จะถ่ายที่เดิมก็ขยับมุมได้

ถ้าจำนวนคลิปที่ต้องการต่อเดือนมันสูงจนต้องอัดแน่นในวันเดียวจริง ๆ นี่คือสัญญาณว่าอาจจะตั้งเป้าความถี่โพสต์สูงเกินกำลังที่มีอยู่ตอนนี้ ลองปรับความถี่โพสต์ลงมาก่อน แล้วค่อยขยับขึ้นทีหลังเมื่อมีระบบตัดต่อและวางแผนที่นิ่งขึ้น

สรุปเอาไปใช้ได้เลย

  • อย่าคำนวณจากงบ ให้คำนวณจากจำนวนคลิปที่ต้องลงต่อสัปดาห์ก่อน
  • สูตรคร่าว ๆ: คลิปต่อสัปดาห์ x 4.3 + สำรอง 10-15% = จำนวนคลิปที่ต้องมีต่อเดือน
  • เทียบตัวเลขที่ได้กับแพ็กที่มีอยู่จริง เช่น Pocket 10 คลิป, Full Frame 30 คลิปต่อเดือน, Dual Cam 40 คลิปต่อเดือน
  • อย่าอัดถ่ายวันเดียวจบทั้งเดือน แบ่งเป็นหลายรอบ เตรียมเสื้อผ้าและมุมกล้องให้ต่างกัน ป้องกันคอนเทนต์ซ้ำหน้าซ้ำเสื้อ
  • ถ้ายังไม่มั่นใจว่าความถี่ไหนเหมาะกับช่องตัวเอง ทีมช่วยคำนวณให้ได้ ดู บริการของเรา ที่ครอบคลุมทั้งรับถ่ายคอนเทนต์ TikTok รับตัดต่อวิดีโอแนวตั้ง และรับทำ Reels ในแพ็กเดียว